เรื่องของตุ๊กตา :: 02 Blythe
posted on 17 Dec 2007 21:20 by plariex
สวัสดีค่ะ หลังจากหายไปแสนนาน เพราะว่า คอมเจ๊ง =_= เปิดไม่ติดมาอาทิตย์กว่า
ต้องไปอาศัยคอมของพี่เล่นอีก วันนี้เพิ่งจะซื้อ power supply มาเปลี่ยน
แล้วก็เปิดติดแล้วแต่กลายเป็นว่า RAM บูดอีก เปิดโปรแกรมใหญ่โตแล้วเครื่องดับ
ก็รอเปลี่ยน RAM อีกรอบซึ่งไม่รู้ว่ามันจะได้เมื่อไหร่
(บ้านนี้เหมือนระบบราชการ จะเอาอะไรรอไปแสนนาน =_=;) ก็ทนเล่นต่อไป
แต่ตอนนี้จอกลับมา 4สีครบครันเหมือนเดิมแล้ว ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน =_=;
สลับหน้าที่กันพังรึไง
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
กลับมาอัพเรื่องต่อเกี่ยวกับตุ๊กตาอีกครั้ง หลังจากพิมพ์ไปเอนทรีเดียวเมื่อพฤษภา
แล้วหายต๋อมบ๋อมไปเลย
เอนทรีแรกเชิญ click here เกี่ยวกับตุ๊กตาหน้าสวย Ball-Jointed Dolls ฮ่ะ
เนื่องจากว่า วางแผนจะซื้อน้องหนู 1 คน หลังจากที่ไม่เคยซื้อตุ๊กตาเลยมาประมาสิบห้าปี =_=;
(ทำไมกูกร้านอย่างนี้) ช่วงที่หายไปนี้ก็เลยใช้เครื่องของพี่ที่บ้านขุดคุ้ยหาพวกตุ๊กตาดู
พอจะสรุปคร่าวๆได้ประมาณนี้นะจ๊ะ
Blythe
ที่มาภาพ http://www.shibukei.com/headline/photo/3414/index.html
ย้อนกลับไปเมื่อปี 1972 สาวน้อยตาโตเจ้าของรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ถือกำเนิดขึ้นมาโดยดีไซเนอร์
Aliison Katzman ตามแบบร่างของ Magaret Keane ภายใต้ชื่อเก๋อ่านยาก Blythe (บลายธ์)
ซึ่งเป็นคำภาษาอังกฤษเก่า แปลว่า joyous
ในทีแรกสุด ผู้ออกแบบลูกตา Rouben Terzian เค้าจะให้ใช้ในตุ๊กตาหมา แต่ Gordon Barlow
หัวกะทิของ Marvin Glass studio ซึ่งเป็นต้นสังกัดสาวบลายธ์ เค้าทัดทานไว้ให้ใช้ทำตุ๊กตาแทน
(มีวงเล็บว่า Gordon คนนี้เป็นคนแรกที่คิดค้นกับดักหนูด้วยแหละ แต่แบบไหนก็ไม่รู้) ก็เลยตกลงใจเอามาใช้ในตุ๊กตารูปคน
ซึ่งภายหลังต่อมาลูกตาแบบนี้ก็กลายเป็นเอกลัษณ์สำคัญของความเป็นบลายธ์
ความเด่นเด้งที่ทำให้บลายธ์แตกต่างจากตุ๊กตาตัวอื่นๆก็คือ นอกจากเวลานอนจะหลับตาได้แล้ว
ยังสามารถเปลี่ยนสีตาได้ถึงสี่สีด้วยการดึงเชือกด้านหลังหัว สาวบลายธ์ถูกผลิตที่ฮ่องกง
และ่ส่งมาขายที่ US ภายใต้ลิขสิทธิ์ของบ. Kenner Toy ขายอยู่ได้แค่ปีเดียวก็ต้องหยุดชะงัก
เพราะด้วยความไม่มีคิ้วและรูปหัวที่ใหญ่โตผิดสเกล ทำให้ลูกเด็กเล็กแดงทั้งหลายเค้ากลัวกัน
(เค้าว่าตอนแรกบลายธ์ถูกออกแบบมาให้ตัวใหญ่กว่านี้ แต่มันยัดกล่องไม่ลง
ก็เลยต้องทำเป็นหัวโตตัวเล็ก =w=;)
ด้วยประการฉะนี้ นอกจากนักสะสมตุ๊กตา สาวบลายธ์ก็ไม่ได้เป็นที่สนใจมากนัก
รอจนยี่สิบกว่าปีถัดมา ถึงจะได้ดังแบบดาวค้างฟ้าอย่างปัจจุบัน
ปี 1997 นิวยอร์คทีวีแอนด์วิดิโอโปรดิวเซอร์ Gina Garan ได้รับตุ๊กตาตัวนึงจากคนรู้จัก
ด้วยเหตุผลที่ว่า "เห็นแล้วนึกถึงเธอ" (มันเป็นคำชมรึเปล่านิ?)
Gina ก็เลยใช้สาวบลายธ์เํธอมาเป็นแบบฝึกถ่ายรูป ด้วยการพาไปหลายๆที่แล้วก็ใช้เป็นนางแบบถ่าย
จนปี 1999 Gina ได้มีโอกาสไปเจอ Junko Wong แห่ง CWC International Artists
(รู้สึกว่าจะเป็นเอเจนซี่พวกงานกราฟิค) Junko สนใจรูปถ่ายสาวบลายธ์เค้าเข้า
ก็เลยลองเสนอให้ห้าง Parco ทำสปอตโฆษณาโดยใช้ตุ๊กตาเป็นตัวแสดงดูู ซึ่งก็โชคดีที่ทางห้างเค้าชอบ สาวบลายธ์เธอก็เลยได้ถ่ายโฆษณา
หลังจากนั้น บลายธ์ก็กลับมาบูมอีกครั้งในชั่วข้ามคืน จากตุ๊กตาที่ราคาเริ่มแรก35เหรียญ US
กลายเป็นตุ๊กตาที่นักสะสมยอมทุ่มราคาให้จนปัจจุบันขึ้นเป็นพันๆดอลลาร์ในอีเบย์
Gina Garan & Junko Wong
ที่มาภาพ http://www.bitslounge.com/a00_interview/2005/0518_gina.html
ปี 2002 Gina ได้พิมพ์หนังสือรวมรูปที่เธอถ่าย ชื่อ This is Blythe และในปีเดียวกัน Hasbro
เจ้าของลิขสิทธิ์บลายธ์ในยุ่น (เจ้าของหุ่น Transformer ด้วย) ให้ลิขสิทธิ์แก่บ. Takara
ผลิตตุ๊กตาขึ้นมาใหม่ โดยรุ่นที่ผลิตขึ้นใหม่ในญี่ปุ่นนี้เรียกว่า Neo-Blythe
และของเดิมแบบรุ่นที่ Gina ใช้ถ่ายเรียกว่า Vintage Blythe
ปจบ. รุ่นก็แบ่งเป็นประมาณนี้นะจ๊ะ
BL เป็นรุ่นที่ใช้บอดี้ของตุ๊กตาริกกะจัง (Licca) ซึ่งเป็นสินค้าของ Takara เหมือนกัน
ผลิตในปี 2001 ทำจากพลาสติคเลยงอได้หลายระดับ บางรุ่นจะหน้าไม่เงา
รุ่นนี้ผมบางกว่ารุ่นอื่นๆ
EBL (Excellent blythe) รุ่นนี้กลับไปอิง vintage blythe
ซึ่ง Junko ตั้งใจออกแบบให้เหมือนกับบลายธ์เก่าของ Kenner
ใ้ช้วัสดุคนละแบบกะริกกะจัง รุ่นนี้งอแขนไม่ได้งอขาได้สามระดับ เป็นรุ่นที่หน้ามันเงา
ผลิตในช่วงปี 2002-2003
SBL (Superior blythe) รูปหน้าใหม่แล้วก็ใช้อายชิปส์แบบแวววาว
สามารถโม(customized)ในหัว (แก้พวกลูกตา วางรากผมใหม่ ฯลฯ)ได้ด้วยการเลื่อยเปิด
ผลิตในช่วงปี 2004-2006
RBL (Radiance blythe) ทำรูปหน้าใหม่อีกครั้งให้เหมือนกับของ Kenner
สามารถโมได้โดยไม่ต้องเลื่อยเหมือนเก่า คือมีน็อตในหัวที่ไขออกได้เลย
อันนี้เป็นรุ่นที่แอบชอบอยู่ (ได้แต่แอบ จ่ายไม่ไหว)
Mod molly
ผมม้าเกร๋ไกร๋~~~
เห็นร้าน Leotoy ลงในเวบว่าลดราคาอยู่ เหลือ 3950
Save the animal
อันนี้ชอบกระเป๋าอ่ะ ดูไฮโซ 55 เหมือนว่าจะ 5000 กว่าบาท
ส่วนอันนี้เจอตอนเสิช เป็นประกวด SUPER PHOTOGENIC
ที่มา แนะนำให้คลิกไปอ่านเพราะมันมีคอมเมนท์ของ Gina กับ Junko ด้วยจ๊ะ
http://www.blythedoll.com/jpn/contest2005/index_e.htm
เรียงตามลำดับเลย ชอบรูปที่ 4 มากๆ หัวกลมน่าร้ากกกกกกกกกกกก >__< ~~
Petite Blythe
เป็นบลายธ์จิ๋ว สูงประมาณ 4 นิ้ว (ตัวใหญ่สูง 12 นิ้วจ้ะ) ผลิตโดยบ.Takara
แตกต่างจากพี่สาวตัวใหญ่คือมีตาสีเดียวไม่มีเชือกสำหรับดึงเปลี่ยน สามารถหลับตาได้เมื่อจับนอนลง (บลายธ์บางรุ่นหลับตาไม่ได้ ต้องเอามาโม) และสามารถงอตัวได้
ส่วนในด้านแฟชั่น รุ่นเล็กนี้ก็สามารถเปลี่ยนเสื้อได้เหมือนกับรุ่นใหญ่
แล้วก็บางรุ่นจะปลี่ยนรองเท้าได้ สังเกตคำว่า Tip Toe บนกล่อง
ถ้าไม่มีคำนี้ก็จะเป็นสีเพนท์เท้าเอาจ่ะ
ยกตัวอย่าง อันนี้เป็นรุ่นที่ชอบ
Sweet spell scarlet
ดูมาที่ร้านแล้ว พันสาม อูวโวว
miss macaroon
Bird song duet
รุ่นนี้เหมือนเคยเห็นเวบขายเกือบๆ 4000 บาท =A=;;; แพงได้อีก แต่ชุดน่ารักมากเลย
Custom Blythe
ที่มาภาพ http://wickeddoll.vox.com/library/posts/tags/ooak/
คือการเอาสาวบลายธ์เธอมาแต่งหน้าแต่งตาเพิ่มให้ใหม่จ่ะ อย่างที่เกริ่นๆไว้ด้านบน
มีตั้งแ่ต่นำมาขัดผิวพ่นใหม่ (เพราะส่วนใหญ่บลายธ์เธอผิวเงา ดูแล้วพลาสติ้ค พลาสติค)
เปลี่ยนสีแก้วตา พ่นสีเปลือกตา ติดขนตาใหม่ เจาะหู เจาะปาก เจาะช่องปากให้อ้า re-root ผมใหม่
เพิ่มเชือกที่ดึงแล้วหลับตา ฯลฯ แล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์และความชำนาญของแต่ละคน
(กล้าหั่นก็เอาเลย!) โดยบลายธ์ที่โมแล้วสวยก็จะขายได้ราคามากขึ้น
เพราะจะมีเอกลักษณ์กว่าตัวอื่นๆ สนใจที่คิโนะมีหนังสือสอนโมอยู่จ่่ะ เป็นภาษาญี่ปุ่น
ส่วนภาษาไทยที่เจอก็มีประมาณนี้ (แอบเอาลิงค์มาลงพลการถ้ามาเจอก็ขออภัยด้วยค่า)
http://www.mindtrigger.com/doll/?p=89
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=watashi&group=12&
month=04-2007&date=24&gblog=8
อันนี้เสิชเจอ น่ารักดี ชอบผิวอ่ะ
ที่มาภาพ http://rinkya.blogspot.com/2007/08/rinkya-blogs-new-feature-collectors.html
รูปอื่นๆลองเสิร์ชใน http://www.flickr.com ดู มีสวยๆเยอะมากกก
ส่วนอันนี้เป็น ads เก่าๆของบลายธ์ (ดูแล้วขำในเสียงตื่นตระหนกของคนพากย์)
ปัจจุบัน สาว Blythe กลายเป็น subculture (เหมือนพวกคอสเพลย์นั่นแหละ)
มีการประกวดคัสโตไมซ์บลายธ์ มีแมกกาซีน หนังสือภาพเกี่ยวกับบลายธ์โดยเฉพาะมากมาย
แล้วก็ใช้เป็นนางแบบสำหรับถ่ายรูปกันอย่างกว้างขวาง ทำให้บลายธ์กลายเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของแฟชั่นในปัจจุบัน
ใครมีไว้ในครอบครอง อย่าลืมเอามาอวดกันมั่งนะจ๊ะ อยากเห็นนน
Credits
http://en.wikipedia.org/wiki/Blythe_(doll)
http://www.thisisblythe.com/blythe_history.php
http://www.blythedoll.com/index-e.html
http://www.juniemoon.jp/index_e.cgi
ส่วนคนนี้ เค้าว่าหน้าเหมือนบลายธ์ ( Christina Ricci)
จำกันได้ไหมจ๊ะ ที่เล่นเป็นลูกสาวใน Adams Family งัยย ตอนนี้เป็นสาวละ สวยเชียว
(หมั่นไส้ ก้าก) ดูแล้วหน้าก็คล้ายๆเนาะ
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ส่วนอันที่ปลาหรี่จะซื้อไม่ใช่บลายธ์จ่ะ คิดรวมค่าเอาไปคัสโตไมซ์แล้วหน้ามืด
เลยซื้อยี่ห้ออื่นแทนดีกว่า =w=;
กะจะซื้อ Dal ของ Junplanning อ่ะจ่ะ รุ่น Rot chan
เป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 13 ปี สูง 26 cm. หัวเล็กกว่าบลายธ์เยอะเลย
ชอบเพราะว่ามันงอข้อต่อได้ (ข้อต่อเป็นแบบ ball-jointed) แล้วก็แก้มยุ้ยดี ก๊าก
เสียอย่างเดียวหลับตาไม่ได้ง่ะ
เห็นในเวบฝรั่งมีบอกว่าแก้ให้หลับตาได้แต่ไม่กล้าแงะหัวออกมาแก้ เดี๋ยวเจ๊งหมด TwT
พรุ่งนี้ไปมัดจำ ได้ของวันเสาร์นี้ สั่งตรงร้านแถวสยามอยู่ใต้ลิโด้จ่ะ ใครสนใจลองไปดูก่อนก็ได้นะ
พี่คนขายใจดีมากมาย นี่แนร์มันก็จะซื้อเหมือนกันแต่ยังตกลงใจเลือกรุ่นไม่ได้ ก้าก
เหนื่อยแล้วพิมยาว เอนทรีหน้าว่าจะอัพเรื่อง pullip ไว้เจอกันจร้า
เริ่ดๆๆๆๆๆ แต่พี่คงไม่มีปัญญาถอยมาซักตัว (เพราะก่อนถอยได้เงินจะหมดไปกับอย่างอื่นก่อน) และก็คงไม่กล้าโมหุ่นด้วย ฮะๆ ลูกเละแน่
#1 By hiney* on 2007-12-18 00:29