อจีรัง คือโอกาส
posted on 06 Feb 2009 21:04 by plariex
:: อจีรัง คือโอกาส ::
เคยเห็นท้ายรถตุ๊กตุ๊กโฆษณานิทรรศการนี้นานแล้ว ค่อนข้างชอบชื่อภาษาอังกฤษเพราะไม่ค่อยเข้าใจว่าชื่อไทยต้องการสื่ออะไร จนพอเรนซ์ชวนมาดู (เพิ่งรู้ว่ามันจัดที่ TCDC ด้วย เสร่อได้อีก
) ถ่ายรูปมานิดเดียว ไว้คราวหน้าจะไปอีกทีแล้วจะเอามาเพิ่มเด้อ
) ถ่ายรูปมานิดเดียว ไว้คราวหน้าจะไปอีกทีแล้วจะเอามาเพิ่มเด้อ
ตอนเข้างานก็ตกใจเพราะมันมืดมากยังกับบ้านผีสิง แถมมันดูเหมือนไม่มีคนข้างในด้วย แต่พอเดินพ้นไปก็ไม่มืดเท่าไหร่ อันนี้เค้าต้องการสื่อว่าแม้แต่ดวงดาวก็มีการแตกดับ ชอบที่จัดวางให้ภาพจักรวาลอยู่ในโลงศพ เก๋ดี
ด้านในจะมีแขวนต้นไม้แล้วปล่อยให้เฉาไปเรื่อยๆ อันนี้ตอนเดินมาเจอก็ตกใจ เพราะนึกว่าแขวนกระดูกปลอมไว้
อารมณ์ไหนเนี่ย ที่พื้นก็จะเป็นซากใบไม้น้ำตาลๆ เรนซ์บอกว่ามีคนบ่นว่าติดหนอนมาจากใบไม้ด้วย ก้าก
อารมณ์ไหนเนี่ย ที่พื้นก็จะเป็นซากใบไม้น้ำตาลๆ เรนซ์บอกว่ามีคนบ่นว่าติดหนอนมาจากใบไม้ด้วย ก้าก
ชอบนิทรรศการที่นี่อีกอย่างตรงที่คำบรรยายตัวใหญ่อ่านง่าย (ที่หอศิลป์ป้ายคำบรรยายเล็กกระปิ๊ดเดียว) แล้วก็ไม่เขียนยาวยืดมาก
เดินต่อมาจะเจอโต๊ะอาหารในตู้ที่ไอน้ำเกาะ ความจริงรูปนี้เป็นโต๊ะยาว แต่ที่แคบเลยถ่ายด้านกว้างมาแทน เข้าไปดููใกล้ๆก็จะเห็นว่าของบนโต๊ะเป็นอาหารเน่าเสีย ตรงข้างผนังมีแขวนนาฬิกาดิจิตอลจับเวลาไว้ว่าตั้งโต๊ะนี้มากี่วันแล้ว แล้วก็มีจอมอนิเตอร์ฉายซูมภาพรา
เค้ามีภาพตอนยังสดให้ดูเทียบด้วย แขวนอยู่ข้างๆโต๊ะ สีสดชวนหิวเลยทีเดียว
อันนี้ตอนโดนราเขมือบแล้ว จริงๆฉํนว่าดูของเน่ายังไม่แหยะเท่าดูของที่โดนราห่มเลยอ่ะ
(ต้องใช้คำว่าห่มเลย เพราะมันคลุมทั่วไปหมด ก้าก) มันดูเหมือนจะหายใจเข้าไปได้ยังไงไม่รู้ค่อนข้างชอบการจัดวางของโต๊ะนี้ เพราะรอบๆเค้าจัดเป็นรั้วให้เข้ากะชื่อ Feast of the Living Dead เหมือนบ้านผีสิงเลย
(ต้องใช้คำว่าห่มเลย เพราะมันคลุมทั่วไปหมด ก้าก) มันดูเหมือนจะหายใจเข้าไปได้ยังไงไม่รู้ค่อนข้างชอบการจัดวางของโต๊ะนี้ เพราะรอบๆเค้าจัดเป็นรั้วให้เข้ากะชื่อ Feast of the Living Dead เหมือนบ้านผีสิงเลย
เดินเลยมาอีกหน่อยจะเจอตู้เครื่องเทศ ประมาณว่าเีกี่ยวกับการปรุงแต่ง(ลืมไปแย้ว) แล้วเดินเลยมาอีกก็จะเจอมัมมี่
ไม่รู้ว่าของจริงหรือเปล่า เรนซ์บอกว่าไม่น่าใช่ 55
ตรงข้ามตู้ของคุณมัมมี่ก็มีจออธิบายวิธีการทำมัมมี่แบบสั้นๆ ทดลองทำกับศพจริง รู้สึกว่าจะเป็นวิดิโอของ National Geographic ภาพไม่หลอนแต่เสียวนิดๆตอนเอาสิ่วตอกเข้าไปในจมูก ส่วนของที่วางอยู่หน้าจอก็คือวัตถุดิบที่ใช้ในการทำมัมมี่ ดูแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมคิดว่าคนแห้งๆแบบนั้นจะกลับมาแล้วจะดีใจ
แบบกลับมาก็ไม่สวยเหมือนเดิมแล้ว กูขอตายดีกว่า
แบบกลับมาก็ไม่สวยเหมือนเดิมแล้ว กูขอตายดีกว่า
ถัดมาจะมีวิดิโอเกี่ยวกับการโคลนนิ่งพุชชี่ คือสุนัขสุดรักของมหาเศรษฐีผู้หญิงคนนึงที่ทำใจไม่ได้ตอนตาย ก็เลยให้โคลนนิ่งมาใหม่ ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าเหมือนพุชชี่ตัวเก่าของฉันเปี๊ยบ (แต่ยังไงฉันก็ว่าก็ไม่ใช่พุชชี่ตัวเดิมอยู่ดีอ่ะ แบบเริ่มตั้งแต่เป็นลูกหมา ก็ไม่น่ามีความทรงจำตัวเก่ายังไงก็ไม่รู้)
อันนี้เป็นการทำเพชรด้วยอัฐิของคนตาย เอาไว้ให้ลูกหลานรำลึกบรรพบุรุษอย่างไฮโซ (คุณยายของนู๋เป็นเพชร!)ถ้าก่อนตายมีเงินขนาดนั้นก็น่าเอาไปทำเหมือนกันเนาะ
ถัดจากเพชรคุณยายก็จะเป็นห้องน้ำหอม เขาบรรยายว่าคือศพของดอกไม้ที่บีบอัดกันจนเกิดกลิ่น คุณพรมน้ำหอม ก็เท่ากับคุณอาบน้ำศพของดอกไม้! ประมาณนั้น แต่อันที่เค้าโชว์ก็หอมจริงๆนะ แอบชอบอยู่
อีกช่วงนึงของนิทรรศการพูดถึงเกี่ยวกับการศัลยกรรม แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเพราะไม่รู้จะถ่ายยังไงดี มีบอกอัตราการทำศัลยกรรมอย่างคร่าวๆเทียบกันในไทย เกาหลีใต้ มีเปิดตัวอย่างจากซีรีส์ Nip Tuck ให้ดู แล้วก็บอร์ดบรรยายเกี่ยวกับการนิยมความงาม การไม่ยอมแก่ สวยแบบกระแสญี่ปุ่น แล้วก็ค่านิยมความงามที่ระบาดไปถึงผู้ชาย (พวกหนุ่มเมโทร) ดูแล้วรู้สึกว่าเงินทำได้ทุกอย่างจริงๆ $_$ (คนละเรื่องกะที่เค้าจะสื่อเลย ก้าก)
ช่วงที่ต่อมาจากศัลยกรรมก็คือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม พูดถึง Project Moses ที่ฟื้นฟูเวนิสหลังจากโดนน้ำท่วมครั้งใหญ่ เทศกาลชมดอกซากุระบานที่บานเพียงไม่นานที่ญี่ปุ่น การทุ่มงบหลายล้านเพื่อทำความสะอาดเมืองปารีส แล้วก็การฟื้นเมืองที่เคยตายไปแล้วอย่างอัมพวาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอะไรทำนองนี้ คือยื้อจุดดับของเมืองไว้เพื่อเป็นจุดขายในการดึงดูดนักท่องเที่ยว ฉํนก็อยากไปเวนิสเหมือนกันนะ แ่ต่กว่าจะมีเงินขนาดมีปัญญาไป เวนิสก็คงจมไปก่อนแล้ว
ช่วงสุดท้ายเกี่ยวกับธุรกิจการค้าดอกไม้ ตรงนี้จัดสวยดีมีการพูดถึงว่าถ้าไทยตั้งใจทำให้ดีกว่านี้ก็อาจจะเป็นตลาดค้าดอกไม้เมืองร้อนที่มีชื่อเสียงได้
ก่อนถึงทางออกมีภาพมะนาวหยดสุดท้าย เกี่ยวกับการบีบคั้นเอาจากสิ่งที่ใกล้จะตายแล้ว สวยดีดูเหมือนมะนาวลอยได้
หมดแล้ว รายละเอียดเพิ่มเติม เชิญที่ TCDC : Perishable Beauty ภาคภาษาไทย ที่ NEE จ่ะ
พอดูจบถึงได้เข้าใจชื่อไืืทย ว่าต้องการสื่อถึงธุรกิจที่หากินกับความไม่จีรังทั้งของมนุษย์และสิ่งอื่นๆ
ฉันว่าเป็นนิทรรศการที่ดีนะ ถึงจะมีให้ดูน้อยไปนิด แต่เค้าจัดสวยดี โดยเฉพาะโต๊ะที่อาหารเน่าเสีย ชอบมากๆ นิทรรศการนี้มีถึงวันที่ 22 กุมภา ใครไป Emporium ก็ลองแวะขึ้นไปดู
(ปิดวันจันทร์เน่อ เคยเสร่อไปวันจันทร์แล้วเสียเที่ยวรอบนึง 55)
(ปิดวันจันทร์เน่อ เคยเสร่อไปวันจันทร์แล้วเสียเที่ยวรอบนึง 55)
เชิญดูเวอร์ชั่นภาพถ่ายที่ดีกว่าที่บ้านเรนซ์ Otherside914
:: กรุงเทพฯ 226 ::
จริงๆก่อนไปดูอจีรังฯ ก็แวะไปดูกรุงเทพฯ 226 ที่หอศิลป์รอบที่ 2 เพราะว่าเรนซ์ยังไม่เคยไป มารอบนี้รู้สึกว่าเค้าเพิ่มของ เพราะมีหลายอย่างที่เพิ่งจะมาเห็นเอาตอนรอบนี้
บล็อกของที่ไปตอนรอบแรก คลิกตรงนี้่จ่ะ
อันนี้เ็ป็นลูกยางเป่าลมให้เหยียบ พอเหยียบแล้วพวกของข้างในก็จะลอย (น้องแพรขะมักเขม้นในการเหยียบมาก)
สองอันนี้ชอบ 5555
ก่อนกลับมานั่งฝนกระดาษกับโต๊ะที่ด้านหน้า
เป็นโต๊ะที่เค้าแกะร่องไว้ เอากระดาษไปทาบแล้วเอาสีฝนก็จะเป็นภาพ กระดาษแผ่นละ 2 บาทซื้อแผ่นเดียวฝันกันสามคนคุ้มเลย
สนุกดีแต่เมื่อยไปหน่อย ต้องเหลาสีเองด้วย 555
หมดแล้วจ่ะ ช่วงนี้จะหายยยยยยาววววเพราะว่ากำลังเข้าสู่ศึกสุดท้าย
!!! ภาวนาให้ผ่านทุกวิชา จะได้จบแล้วหางานทำซักที เจอกันเมื่อมีอะไรหนุกๆมาอัพจ้า
!!! ภาวนาให้ผ่านทุกวิชา จะได้จบแล้วหางานทำซักที เจอกันเมื่อมีอะไรหนุกๆมาอัพจ้า
ช่วงนี้ก็ไปซุกหัวอยู่บ้านเล็กเหมือนเดิม แฮ่ๆๆ

โดยเฉพาะรูปจักรวาลในโลงศพ
ดูดึงดูด กลัวๆ ปลงๆไงไม่รุ้
(รึว่ากลัวโดนดูดหว่า เรา )
ขอให้พี่ปลาผ่านทุกวิชา จบมาร่ำรวยๆ เย้ๆๆ สู้ๆน้า
#1 By ☆ TIMO ☆ on 2009-02-06 21:55