Life's Fragile.
posted on 24 Sep 2009 01:59 by plariex in Plariexประมาณเที่ยงคืนครึ่ง มีคนประสบอุบัติเหตุตายหน้าบ้านฉัน
เที่ยงคืนครึ่ง ฉันได้ยินเสียงดังตึงดังมาจากถนนหน้าบ้าน แต่ไม่ได้สนใจจนพี่เดินลงบันไดมาบอกว่าข้างล่างรถชน พ่อกับย่าก็ตื่น แห่กันออกไปดู ฉันก็เลยตามขบวนออกไปด้วย
หน้าบ้านมีคนมุงอยู่พอประมาณ รถปอเต็กตึ๊งที่มักจะจอดตั้งแก็งค์กันอยู่ที่ปากซอยแห่มาไวว่อง ที่ถนนท้ายรถที่พ่อจอด ฉันเห็นช่วงขาแน่นิ่งเหมือนคนนอน ได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่ที่ก้มๆเงยๆตะโกนว่า"ตายแล้ว" ด้วยความที่ว่าฉันกลัวศพมากๆ (ดูหนังได้ แต่ของจริงไม่เอา) ก็เลยยืนมองจากระยะห่างที่พอเห็นแค่ขาเท่านั้น
พี่เดินไปดูแล้วบอกว่า รถล้ม หัวน็อคพื้น ดูจากที่ใส่กางเกงขาสั้น น่าจะเป็นคนที่อยู่แถวๆนี้
รถพยาบาลมาหลังจากนั้นประมาณสิบนาที ปั๊มหัวใจให้น้ำเกลือกันอยู่สักพัก เมื่อสรุปได้ความว่าเสียชีวิตแน่แล้ว รถพยาบาลก็จึงขับกลับไป ตอนแรกฉันนึกว่ารถพยาบาลจะเอาขึ้นรถไปด้วยแบบที่เห็นในหนัง แต่ครั้งนี้ก็ทำให้รู้ว่า ถ้าคนตายแล้ว เขาก็จะปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ แล้วรอให้ตำรวจมา
ศพนอนอยู่บนถนนต่อโดยมีผ้าขาวคลุม คนเริ่มแห่กันมาดู แ่น่นอนว่าเริ่มโจษจันกันถึงป้ายทะเบียนของมอเตอร์ไซค์ เลขทะเบียนสามตัวเพื่อเอาไปตีหวย บางคนเดินเข้ามาถามย่าของฉันว่ากลัวไหม ย่าตอบไปว่าไม่ได้กลัว เพราะอยู่แค่สะพานบ้าน ไม่ได้เข้ามาในตัวบ้าน ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน
ตำรวจมาหลายสิบนาทีหลังจากนั้น พร้อมช่างถ่ายภาพที่คิดว่าเป็นนักข่าว หลังจากตำรวจไป ฉันคิดว่าคงได้เวลาเก็บศพสักที แต่ศพก็ยังนอนอยู่อย่างนั้น ฉันหันไปถามพี่ที่กำลังจะเดินกลับขึ้นบ้านไปนอน พี่บอกว่า "รอนิติเวช"
โหย ตายทั้งที กว่าจะได้ไปพ้นจากพื้นถนน ทำไมหลายขั้นหลายตอนเหลือเกิน ฉันคิดในใจว่ายังไงก็ไม่ขอประสบอุบัติเหตุตายแบบนี้ล่ะ มีแต่คนมาโหวกเหวกเดินเหยียบเลือดเลอะเทอะไปมา ไม่ให้เกียรติกันบ้างเลย
สรุปว่ารถนิติเวชของจุฬามาถึงเกือบตีสอง คนในเสื้อสีขาวจับศพพลิกไปมา พ่อเดินอ้อมรถไปอีกด้านเพื่อถามคนมุงว่าเขาชื่ออะไร พรุ่งนี้จะได้กรวดน้ำให้ถูกคน ฉันเดินตามไปด้วย แล้วก็เห็นหน้าคนตาย
เป็นครั้งแรกที่เห็นหน้าคนตายแต่ก็รู้สึกว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เขาเป็นผู้ชาย มีเลือดออกจากจมูกเยอะมาก มากๆๆจนนองไปทั่วพื้นถนน นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรผิดปรกติเหมือนคนที่นอนอยู่เฉยๆจนฉันอดพูดกับพ่อไม่ได้ว่าเหมือนกับถ้าเดินไปปลุกแล้วเค้าจะตื่นเลย พ่อบอกกลับมาว่าเห็นอย่างนี้ ข้างหลังหัวคงจะเละหมดแล้วล่ะ พอดีกับที่เจ้าหน้าที่พลิกศพไปอีกด้านเพื่อถ่ายรูป ฉันก็เลยเห็นว่าหัวด้านหลังบุบแตกใหญ่มากเพราะแรงฟาด เลือดเยิ้มข้นหนืดสีแดงจัดมากๆเหมือนที่เห็นในหนังสยองขวัญ ฉันเห็นแค่แวบเดียวเท่านั้นแล้วไทยมุงก็เดินมาบัง แสงแฟลชถ่ายรูปสว่างวูบๆอยู่พักใหญ่ แล้วพ่อของคนตายก็มา พ่อของคนตายร้องไห้เสียงดังมาก จนฉันอดคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดฉันตาย พ่อฉันก็คงร้องไห้แบบนี้เหมือนกัน
สุดท้ายเก็บศพและล้างถนนกันเสร็จตอนตี 2 เป๊ะ หนึ่งชั่วโมงครึ่งพอดีหลังจากอุบัติเหตุ พอพ่อล้างถนนเสร็จแล้วก็เข้าบ้านนอน แต่ฉันรู้สึกว่าคืนนี้คงนอนไม่หลับแล้วแหละ
จริงๆแล้วเรื่องที่เกิดวันนี้ก็ให้ข้อคิดหลายอย่าง
ที่สำคัญก็คือ ยังไงก็อย่าประมาท
ฉันเคยอ่านจากพันทิปว่าคนที่ตายเพราะน็อคพื้นแบบนี้มีเยอะมากๆ ตายกันทุกวัน
พ่อบอกว่าคนนี้ที่ตายก็อาจจะแค่ขับมอเตอร์ไซค์ออกมาซื้อบุหรี่ แล้วก็ทั้งๆที่ไม่ได้มีรถคันอื่นมาชน หรือไม่ได้ไปชนใคร แต่อยู่ๆก็ตายได้เพราะแค่รถล้มแล้วหัวฟาดพื้น ฉันคิดว่าถ้าเกิดแค่เขาใส่หมวกออกมาก็คงได้ลุกกลับบ้านไปสบายๆแล้ว
บางทีการมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยไปเรื่อยๆก็ทำให้หลงคิดไปได้เหมือนกันว่าเราอาจจะอยู่ไปแบบนี้ตลอดกาล ทั้งๆที่จริงๆแล้วอาจจะตายเมื่อไหร่ยังไงก็ได้
ไอ้ความคิดนี้ทำเอารู้สึกซับซ้อนแปลกๆ คือปรกติฉันก็"รับรู้"ประโยคนี้แต่ก็ไม่เคย"รู้สึก"(บางอย่างมันต้องทั้งรู้และรู้สึกมันถึงจะเข้าใจน่ะนะฉันว่า)
แบบ ถ้าเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ฉันรู้สึกว่าเหมือนฉันจะอยู่ไปเรื่อยๆ จนแก่เฒ่ามีลูกมีหลาน หรือไม่ก็เป็นมะเร็งลำไส้ตายไปก่อน แต่ที่แน่ๆเลยคงไม่มีใครที่คิดว่าตัวเองจะตายในเร็ววันนี้ ไม่เคยคิดเลยว่าถ้าเกิดวันนึงฉันกินลูกชิ้นไปหัวเราะไปแล้วสำลักลูกชิ้นตายล่ะ? เรื่องตายๆแบบกะทันหันแบบนี้เกิดได้กับทุกคนแน่ๆรวมทั้งฉันเอง
ทางป้องกันก็คงมีทางเดียวคืออยู่อย่างมีสติจริงๆให้มากขึ้นล่ะเนอะ (จะกิน หรือจะหัวเราะ มีสติเลือกเอาสักอย่าง เป็นต้น)
อีกแบบที่รู้สึกก็คือ แล้วถ้าไม่ใช่ฉันเองที่เป็นฝ่ายตาย แต่เป็นคนที่ฉันรู้จัก หรือคนที่ฉันรักตาย ซึ่งตั้งแต่เกิดมา 23 ปีไม่เคยมีคนที่ฉันสนิทและมีเยื่อใยมากจริงๆเสียชีวิตมาก่อน เรื่องที่เกิดวันนี้ฉันแอบสะเทือนใจมากตรงที่พ่อของคนตายร้องไห้ ทำให้ฉันคิดว่าคนเรานอกจากจะไม่ได้มีชีวิตอยู่ไปตลอดกาลแล้วยังไม่ได้อยู่"ร่วมกัน"ไปตลอดกาลด้วย เพราะงั้น อะไรเล็กๆน้อยๆรบกวนความสัมพันธ์ อโหสิได้ก็อโหสิไปเหอะเนาะจะจากกันไปวันไหนก็ไม่รู้ ไปกันดีๆ ดีกว่าคาใจ ชาติหน้าจะได้เจอกันใหม่
พล่ามไปเรื่อย เหมือนจะปรัชญา แต่จริงๆคือนอนไม่หลับ แบบว่าก็กลัวน่ะ ฮา รอคนที่บ้านตื่นก่อนค่อยนอน
ปอเต็กตึ๊งเอาทิชชู่เช็ดเลือดศพแล้วทิ้งลงถังสาธารณะหน้าบ้านแหละ ช็อคมาก ทำไมไม่เอาใส่ถุงไปนะ พรุ่งนี้คนมาทิ้งขยะคงตกใจแหงเลย แดงเถือกไปทั้งถัง

มาสเตอร์แชมป์
ว่าไปคนเราก็อยู่ๆไปไม่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่
พอถึงเวลาตายจริงๆอยากจะตายแบบแป๊บๆแล้วไปก็ได้
#1 By ☆ TIMO ☆ on 2009-09-24 03:33